ความซื่อสัตย์ กำลังใจ และความหวัง
posted on 27 May 2009 15:09 by jensug
"ไอ้ตูดเน่า ไอ้กากสังคม ไอ้...ไอ้เจนเหี๊ย ออกไป ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!! ฉันคงไม่เห็นหน้าเธออีกหลังจากกลับมา ย้ายก้นเธออกไปซะ" เธอตะโกนบอกผมแล้วเดินออกจากห้องไป ใช่ เธอโกรธจัด เธอไล่ผมออกไปจากห้องและออกไปจากชีวิตเธอ สาเหตุก็คงเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ถูกไล่ออกจากบ้าน คงไม่พ้น ความซื่อสัตย์ กำลังใจ และความหวัง แต่ผมก็ยังมีเวลาเหลืออีกสองวันในการย้ายก้นตัวเองออกไปจากห้องของเธอ ก่อนเธอจะกลับมาจากสัมนาที่ต่างจังหวัด ห้องที่มีความสะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม วิวสวย อยู่ที่นี่ผมสามารถมองเห็นพื้นที่กรุงเทพโดยรอบ มันเป็นเมืองที่น่าอยู่แต่ก็ดูวุ่นวาย อยู่ที่นี่ผมมีหน้าที่แค่ตื่นขึ้นมาแล้วใส่กางเกงเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่มีเด็กมาส่งที่หน้าประตูเป็นประจำทุกวัน.. วันๆ ที่ห้องนี้สำหรับผมมันผ่านไปไวและรวดเร็ว แต่ผมก็ยังมีเพื่อนนะ "ไอ้หมาตูดไหม้ มันเป็นหมาของเธอ แต่มันเป็นเพื่อนของผม เราซี้กัน เรามักจะไปเดินเล่นกันในตอนเย็นที่สวนข้างคอนโด เธอบอกเธอชอบที่ผมพาหมาของเธอไปเดินเล่น เวลาเธอกลับมาผมจะบอกเธอเสมอว่า "วันนี้ผมพาหมาคุณไปเดินเล่นมาด้วยล่ะ" เธอจะยิ้มแสดงความพอใจ ผมยังมีห้องอยู่แถวย่านสาธุประดิษฐ์เอาไว้พี๊ยา ผมไม่สามารถทำมันที่นี่ได้ เพราะเธอไม่ชอบ ผมคงต้องกลับไปอยู่ที่นั้น ผมลุกออกจากเตียง อาบน้ำแต่งตัว แล้วออกไปที่บาร์ มันเป็นเย็นวันศุกร์ ผมเดินลัดเลาะ มาตามต้นปาล์มริมทางเท้า ท้องฟ้าเป็นสีแดง มันเสมือนว่าเป็นภาพสะท้อนของอารมณ์ของเธอในตอนนั้น ผมเดินเข้าไปที่บาร์ ข้างในเหมือนมีละออกฝุ่น มันดูมืดผิดปรกติและผมก็จาม คนเป็นโรคภูมิแพ้จะสัมผัสได้ทันทีว่าที่ไหนมีฝุ่นเยอะ แต่ก็ช่างเถอะเราหนีมันไม่พ้นอยู่แล้ว ผมเดินไปนั่งด้านในสุดของเคาน์เตอร์ ถัดจากผู้หญิงผมสีน้ำตาลเธอนั่งสูบบุหรี่และดื่มเบียร์ยี่ห้อลีโออยู่ เธอมองผม "สวัสดีครับ" ผมทักเธอเธอยิ้มแล้วหันกลับ บาร์เทนเดอร์หนุ่ม เดินมาเขาเอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าที่อยู่ใต้เคาน์เตอร์ยกมาดื่มแล้ววางไว้ยังที่เดิม
"สวัสดีพี่เจน วันนี้รับอะไรดีครับ" บาร์เทนเดอร์ถาม
"เอาสิงห์มาแล้วกัน" ผมบอกไป บาร์เทนเดอร์เปิดขวดแล้วยื่นมาให้ผม ผมยกขึ้นดื่ม
"วันนี้ลมอะไรหอบมา พี่หายไปนาน"
"พอดียุ่งๆ ก็เลยไม่ว่าง" ผมบอกไป "เดี๋ยวผมขอตัวไปดูแขกด้านบนก่อนครับพี่" บาร์เทนเดอร์บอกพร้อมยกแก้วดื่ม
"ที่นี่เหมือนมีกลิ่นความตายลอยอยู่" หญิงสาวคนข้างๆผมเอ่ยขึ้นมาแล้วมองมาที่ผม ผมยิ้มให้เธอ "ความตายไม่มีกลิ่นหรอก คนอย่างเราๆ นี่ซิถึงจะมีกลิ่น" ผมบอกเธอพร้อมยกเบียร์ซด เธอยิ้ม บรรยากาศด้านนอกมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก ภายในร้านเริ่มสว่างขึ้น แสงไฟสลัว ๆ ทำให้เธอไม่ได้ดูเลวร้ายจนเกินไปนัก เธอยังคงดื่มและสูบอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ที่ร้านเปิดเพลง "My One And Only Love ของ John Coltrane" เป็นเพลงบรรเลงเสียงแซกโซโฟน เบาๆ นุ่มๆ ทำให้บรรยากาศมันดูโรเมนติก ตอนนี้ฝนตกแล้วและหนักน่าดู ไม่มีใครเข้ามาที่ร้านในตอนนี้มีเพียงผมกับเธอสองคนเท่านั้น ผมเดินไปที่ตู้เพลงหยิบเหรียญสิบบาทออกมาจากกางเกงแล้วหยด ผมเลือกเพลง "she ของ Grand Avenue" เป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง Cashback ผมเดินกลับมาที่โต๊ะและยกเบียร์ซด ผมมองเธอและจินตนาการ ว่าถ้าผมสามารถหยุดเวลาได้เหมือนในหนังแล้ว ผมจะทำยังไงกับเธอดี ผมมองเธอทำให้ชุกคิดไปถึงสมัยเมื่อยังเป็นเด็ก น้องสาวของเพื่อนพี่ชาย ได้มาขอพักด้วยที่บ้าน ผมแอบดูเธออาบน้ำด้วยความอยากรู้อยากเห็นในวัยเด็ก ผมได้เห็นเรือนร่างของหญิงสาวเป็นครั้งแรกของชีวิต มันตื่นเต้น และน่าจดจำ ผมได้เห็นในเรือนร่างของผู้หญิงในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นครั้งแรก ผมงงงวยและทึ่งกับเรือนร่างของเธอ ผมอยากเสพวินาทีนั้นและอยากอยู่กับมันไปสักอาทิตย์ เธอคนนี้ชั่งเหมือนพี่สาวคนนั้น
"คุณมองฉันทำไม"เธอถาม
"ผมไม่ได้มองคุณ แต่ผมมองความงามของคุณ" ผมตอบพร้อมยกเบียร์ซด เธอผายลม "จูบนี้ให้คุณ" "ขอบคุณ" ผมบอก
"ฉันว่าตัวเองเริ่มแก่ลงแล้ว" เธอพูด "คุณรู้มั้ยเดี๋ยวนี้เราคุยกันแต่เรื่องความสวยความงาม ไม่อยากที่จะแก่ แต่เราไม่เคยพูดถึงความเสื่อมเลย ของแบบนี้มันมาคู่กันเสมอ"
"อือ" ผมตอบ
"แต่ฉันคิดว่าฉันยังไม่แก่นะ เพราะฉันยังมีรอบเดือนอยู่" เธอพูดพร้อมเรียกบาร์เทนเดอร์ ขอเบียร์เพิ่ม
เรานั่งจิบเบียร์กัน ส่วนข้างนอกฝนยังคงตกอยู่ มีรถยนต์วิ่งไปมาขวักไขว่ เหมือนฝูงปลาในทะเล ส่วนเรานั่งอยู่ในเรือดำน้ำ เฝ้ามองการดำเนินชีวิตของมัน
"คุณอยู่คนเดียวหรือยังไง" ผมถาม "ใช่" เธอตอบ "ทนอยู่กับรักห่วย ๆ มาห้าปี ไม่มีอะไรดีสักอย่าง" เธอบ่น
"การเลือกคู่ชีวิตผิดก็ไม่ต่างอะไรไปจากการเลือกทำงานผิด ๆ มันต้องอดทนกับสิ่งที่เราไม่ต้องการ ต้องทนอยู่ต้องทนทำใช้ชีวิตอยู่เพื่อรอวันเลิก" เธอบ่นพร้อมยกเบียร์ดื่ม
"ผมเคยผ่านชีวิตการทำงานประจำเข้าแปดโมงเช้า เลิกห้าโมงเย็น ทำงานเหมือนหุ่นยนต์ อยู่มาแปดปี แต่ไม่มีเงินติดแบงค์เลยสักบาท คุณรู้ไหมนี่แหละสิ่งที่มันรั่งเราไว้ มันทำให้เราแค่พออยู่ได้ไปวันๆ แต่ไม่สามารถทำให้เราโบยบินหนีได้ นี่ล่ะคืองานประจำ"
"คุณคิดว่างั้นเหรอ" เธอถาม "ใช่ ผมคิดว่างั้น"
"แล้วตอนนี้คุณทำงานอะไร?"
"ผมเขียนหนังสือ"
"คุณเขียนเกี่ยวกับอะไร?"
"ไม่รู้ซิ แบบที่เรียกว่าชีวิตมั้ง ผมเดานะ"
"คุณเขียนเกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ด้วยไหม"
"มันก็มีบ้างเพราะมันเป็นเรื่องปรกติในชีวิตประจำวัน"
"เซ็กซ์ เป็นชีวิตของคุณหรือปล่าว"
"ไม่รู้ซิ บางครั้งก็ใช่ บางครั้งก็ไม่"
"แล้วคุณคิดยังไงเกี่ยวกับความรัก"
"ไม่ ผมไม่เคยคิดถึงมันเลย" เธอหัวเราะ และยกเบียร์ดื่ม เธอวางขวดเบียร์ลง แล้วเดินมาที่ผม
"คุณเป็นคนฉลาด ฉันอยากจูบคุณ ได้ไหม?"
"ผมเกรงว่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะ" ผมบอกเธอ เธอใช้สองมือประคองศรีษะผมไว้แล้วเอาปากมาประกบ ลิ้นเธออวบและใหญ่มาก มีน้ำลายไหลทะลักออกมาจากริมฝีปากของเธอ กลิ่นปากของเธอเหม็นเหมือนไปกินละมุดเน่าข้างปีมาสักตันครึ่ง เราจูบกันสักพัก แล้วเธอก็ผละตัวออกไปนั่งที่เดิม
[b]"ขอบคุณ ฉันอยากทำแค่นี้แหละ"[/b] เธอพูดพร้อมยกเบียร์ซด
"แต่จะว่าไปแล้วคุณก็ทำให้ฉันมีอารมณ์นะ" เธอบอกผม
"คุณจะเริ่มมันยังไง?" เธอลากเสียงเบา ๆ แล้วมองมาที่ผม "ถ้าคุณหมายถึงตอนนั้นล่ะก็ มันเป็นเทคนิคนะ" ผมบอก
"เทคนิค เทคนิคยังไง?" เธอถาม "ผมเคยดูรายการทีวี หมอเคยบอกว่า การสัมผัสครั้งแรกสุดจะทำให้คุณตื่นเต้นและเร้าใจเป็นที่สุด แต่หลังจากนั้นมันจะไม่เกิดขึ้นอีก มันเป็นเรื่องทางการแพทย์"
"ทางเพศ มันเป็นเรื่องทางเพศต่างหาก แล้วคุณทำยังไงต่อหลังจากนั้น?" เธอถามต่อ
ั"ผมก็ปล่อยให้ผู้หญิงอารมณ์กระเจิงและค้นหาความสุขด้วยตัวของเธอเอง แต่ล่ะครั้งมันก็ไม่ได้เหมือน
กัน
หรอก"
"คุณอยากรู้สึกแบบไหน?" "บอกฉัน"
"ก็ทุกอย่างจะมาจบที่ ปุ่ม" ผมตอบ
"พูดคำนั้นใหม่ซิค่ะ"
"คำไหนครับ"
"ปุ่ม" "ปุ่ม ปุ่ม ปุ่ม แล้วคุณดูดคุณขบมันด้วยหรือปล่าว" เธอหัวเราะ "แน่นอนครับ" เธอยกมือขึ้นมาแล้วกัดขบนิ้วชี้ตัวเอง สายตาเธอจ้องมาทางผม " คุณทำให้ฉันมีอารมณ์ คืนนี้ห้องฉันว่าง ฉันอยู่คนเดียวคุณไปได้นะ" "ขอบคุณครับ แต่...."
"แต่อะไร? คุณกังวลอะไร มันเร็วไปเหรอ?"
"ปล่าวผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้น"
"แล้วคุณแต่อะไร?" "คุณตกลงไหม"
"แต่ฉันไม่จ่ายให้คุณนะ"
"ผมไม่ได้ขายตัวไม่จำเป็น"
"คุณไม่เหมือนนักเขียนเลย"
"ขอบคุณที่บอก"
"คุณเหมือนคนที่ทำอะไรไม่เป็นเลยด้วยซ้ำ"
"ผมยังมีหลายอย่างที่ผมทำไม่ได้เหมือนกัน"
"เอาล่ะ เราจะไปด้วยกันคืนนี้" เธอบอก ผมพยักหน้า "เดี๋ยววันนี้ผมจ่ายเอง" เธอตกลง ผมจ่ายเงินค่าเบียร์ไปสี่ร้อยกว่าบาท แล้วเดินออกจากบาร์พร้อมกับเธอ
"พระเจ้า เวลาคุณอยู่ในที่ไฟสว่าง ๆ คุณดูไม่เร้าอารมณ์เลย"เธอบอก
"คุณเองก็ไม่เร้าอารมณ์เหมือนกัน" ผมบอกเธอไป
"เอาเถอะ ขึ้นรถ" เธอพูด
รถเคลื่อนตัวออกอย่างช้า ๆ จากนั้นเราต่างเงียบ ผมมีบุหรี่หลืออีกสองมวน ผมจุดสูบทั้งสองมวนแล้วเปิดวิทยุในรถเธอฟัง ทางเข้าบ้านของเธอเป็นทางเปลี่ยว โค้งยาวๆ เราเดินทางกันสักพักก็ถึงบ้านของเธอ เธอขับรถเข้าที่จอด เธอปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วโผกอดผม เธอใช้ปากของเธอประกบผมไว้ ปากเธอเป็นวงเหมือนปากขวด เธอไซ้ลิ้นเข้ามา จากนั้นเธอขึ้นคร่อมตัวผม เราเอนหลังที่เบาะและอยู่ท่านั้นจนเสร็จ พอแยกจากกัน " คุณนี่มันได้ทุกที่จริงๆ มานี่เถอะ เข้าบ้านกันก่อน คุณจะอยู่ที่นี่กี่วันก็ได้นะตามสบาย" ผมเปิดประตูรถแล้วเดินตามเธอไป ข้างๆทางเดินมีต้นเข็มสีแดงปลูกยาวตลอดแนว มีพื้นที่เล็กๆด้านขวามือ จัดสวนอย่างสวยงาม ผมฉุดคิดถึงเรื่องการย้ายของออกจากห้องของลินดา และผมคิดว่ายังมีเวลามากพอที่จะอยู่ต่อที่นี่ไปอีกสักคืน "คุณชื่ออะไรนะ" "ผมชื่อเจน" "อืมเจน" เธอล้วงกุญแจเปิดประตู เปิดไฟ ผมเดินตามเธอเข้าไปในบ้าน และปิดประตู...